Thursday, January 11, 2007

The Holiday

เดอะ ฮอลิเดย์ เซอร์ไพรส์รักวันพักร้อน(The Holiday )

เดอะ ฮอลิเดย์ เซอร์ไพรส์รักวันพักร้อนอาแมนด้า วู้ดส์ (คาเมรอน ดิอาซ) เจ้าของบริษัทโฆษณาที่ผลิตงานภาพยนตร์ตัวอย่าง ใช้ชีวิตอยู่ในเซาเธิร์น แคลิฟอร์เนีย ไอริส ซิมป์กิ้นส์ (เคต วินเสลต) เขียนคอลัมน์ยอดนิยมเกี่ยวกับงานแต่งงานให้กับหนังสือพิมพ์เดลี่เทเลกราฟของลอนดอน และอาศัยอยู่ในกระท่อมที่ดูน่าอยู่ในย่านชนบทของอังกฤษ

ถึงแม้ไอริสและอาแมนด้าจะใช้ชีวิตอยู่ห่างกันถึง 6,000 ไมล แต่พวกเธอตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ก่อนถึงเทศกาลคริสต์มาส ไอริสและอาแมนด้าตัดสินใจที่จะทิ้งผู้ชายในชีวิตของพวกเธอ (รับบทแสดงโดยเอ๊ดเวิร์ด เบิร์นส์ และรูฟัส ซีเวลล์)

อาแมนด้า ที่กำลังอยากออกไปจากเมืองเพื่อพักผ่อนในช่วงวันหยุด เข้าไปในเว็บไซต์สำหรับผู้ต้องการแลกเปลี่ยนบ้าน และพบว่ากระท่อมสไตล์อังกฤษของไอริสคือยาขนานเอกที่เหมาะกับปัญหาของเธอ ทันใดนั้น อาแมนด้าและไอริสเห็นพ้องต้องกันว่าจะเดินทางข้ามทวีป และย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านของกันและกันเป็นเวลานานสองอาทิตย์


ไอริสเดินทางมาถึงลอสแอนเจลิสในวันที่ฟ้าสดใส อากาศอบอุ่นไปด้วยสายลมซานตา แอนนา ไม่นานหลังจากเธอเดินทางมาถึงบ้านของอาแมนด้าที่เบรนต์วู้ด เธอกลายเป็นเพื่อนกับอาร์เธอร์ (เอลี่ วอลแลช) มือเขียนบทจากยุคทองของฮอลลีวู้ด และไมลส์ (แจ็ค แบล็ค) นักแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ ซึ่งทำงานกับแฟนเก่าของอาแมนด้า

ในอังกฤษ อาแมนด้าก้าวเข้าสู่ความเงียบสงบอันแสนสบายของกระท่อมโรสฮิลล์ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ เมื่อแกรห์ม (จู๊ด ลอว์) พี่ชายรูปหล่อของไอริส เดินเข้ามาเคาะประตูกระท่อม

Credit : http://www.movieseer.com

************************************************************************

ไปดูมาแล้วววว จี๊ดมากกกก
จริงๆแล้วหนังแนวที่เราชอบที่สุดคือ romantic comedy นะ (แอบไม่เชื่อกันล่ะสิ)
แต่ส่วนใหญ่แล้วจะหาที่ประทับใจมากๆไม่ค่อยได้
อ้อ ออกตัวก่อนว่า เราไม่ชอบแนวหนังเกาหลีนะ จำได้ว่า ตอนคริสมาสต์ปีนึง เรื่อง Love actually กับ The classic ออกฉายใกล้ๆกัน เราเทใจทั้งร้อยให้ Love actually

สำหรับเรื่องนี้ ไม่ค่อยได้คาดหวังไว้เท่าไหร่ เพราะดูพลอตเรื่องก็ธรรมดาๆ
แต่ในเมื่อชีวิตช่วงหลังๆนี้ขาดอะไรแบบนี้ไปเยอะ ทำให้เราไม่ลังเลเลยที่จะดู

เอาละ เพื่อไม่สปอยมากกว่านี้ ขอเล่าประเด็นที่เราประทับใจในเรื่องนี้ดีกว่านะ

ข้อแรก พ้องกับคำที่เราเคยได้ยินมาก่อนว่า คนเราไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ ก็สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้เสมอเมื่อพบคนอื่น
เราอาจจะคิดในสิ่งที่ไม่เคยคิด ทำในสิ่งที่เราไม่เคยคิดว่าเราจะทำ
ง่ายๆเพียง เราเปิดใจรับคนอื่นเข้ามาในชีวิตเราบ้างก็เท่านั้น

ในเรื่องนี้ นางเอก(คาแมรอน) ดูเหมือนจะเก่งไปซะทุกอย่าง แต่ปัญหาของเธอคือเธอเพอร์เฟคเกินไป เข้มแข็งเกินไป
หนังจะค่อยๆเปิดเผยทีละน้อยว่า นางเอกไม่ได้เก่งไปทุกเรื่อง มีอยู่เรื่องนึงที่เธอบอกว่าเธอไม่เก่งเลย
อย่างที่เดากันได้ ก็คงพอจะรู้ว่า คนที่เข้ามาสร้างความมั่นใจให้นางเอกของเรา ก็ต้องเป็นพระเอกสิ (จู๊ด ลอว์) แต่เล่าเฉยๆมันก็ไม่สนุก ไปดูเองดีกว่าเพราะหนังใส่มุขน่ารักๆที่เราว่ามันเจ๋งมากมาย

พระเอกเรื่องนี้มีบุคลิกที่น่ารักๆเช่นกัน เป็นพระเอกที่ไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่ ก็จะมีพระเอกซักกี่เรื่องกันล่ะที่จะทำกับข้าว ดูแลบ้าน เป็นพ่อบ้านซะจนต้องยุคนแถวๆนี้ไปดู
ช้าก่อน..อย่าคิดว่าพระเอกจะบุคลิกน้ำเน่า แบบผู้ชายอบอุ่นอะไรเยี่ยงนั้น เพราะถ้างั้นเราจะรู้สึกว่าอบอุ่นแบบเฟคๆ แต่นี่จะรู้สึกว่า วิธีที่เค้าปฏิบัติกับคนอื่นมันทำให้เราเรารู้สึกว่า ผู้ชายคนนี้อบอุ่นจังเลย

แต่ประเด็นคือว่า หนังเรื่องนี้ื ทุกคนก็มีความไม่มั่นใจ ไม่เข้าใจในสิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่ จนเราได้พบคนบางคนบนโลกใบนี้ ทำให้เรารู้สึกว่าเรามีที่อยู่ของเรา อาจจะเป็นแค่มุมเล็กๆ แต่มันก็ทำให้เราอยากจะซุกตัวอยู่ในนั้นไปนานๆ

สิ่งที่เราประทับใจที่สุด ไม่ใช่ฉากที่เล่าไปหรอกนะ แต่เป็นเรื่องของเพื่อนนางเอก (เคต วินเสลต) กับ พระเอกตัวจริง นักเขียนบท (เอลี่ วอลแลช) ต่างหาก
ซึ่งต้องไปดูเองนะ แต่เราชอบความสัมพันธ์ของสองคนนี้มากๆ

ข้อที่สอง เคยมั้ยที่ดูหนังดูละคร แล้วรู้สึกว่าเพื่อนพระเอกดีจังเลย ดีกับนางเอกทุกอย่าง แต่สุดท้ายนางเอกก็ไปเลือกพระเอกที่ทำให้เธอน้ำตาร่วงมาตลอดเรื่องอยู่ดี เฮ้อ
เราคนนึงล่ะ ที่ขัดใจทุกครั้งเวลาเจอแบบนี้

เพื่อนนางเอก(เคท) และเพื่อนพระเอก (แจ็ค แบล็ค) ของเราก็เช่นกัน หลงรักคนๆนึงอย่างสุดจิตสุดใจ และรู้ทั้งรู้ว่าไม่มีโอกาสที่จะได้รับมันกลับคืนมาเลย (ถ้าอยากเข้าใจ ให้ฟังเพลง ไม่เคย ประกอบนะ)

มีคำพูดตอนหนึ่งพูดว่า เวลาที่คนอีกคนหนึ่งทำร้ายเรา เราก็เจ็บปวดเจียนตาย แต่พอวันนึงเค้ากลับมาหา เพียงคำพูดไม่กี่คำ เราก็ดีใจ มีความสุขเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
เหมือนกับหมาที่ถูกทิ้งให้เฝ้าบ้านอยู่ตัวเดียว มันก็ได้แต่มองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเศร้าๆ ในขณะที่เจ้านายออกไปสนุกอยู่ข้างนอก ไม่ได้นึกถึงมันด้วยซ้ำ
แต่พอประตูเปิด ไอ้หมาเศร้าตัวนี้แหละ วิ่งกระดิกหางสุดชีวิตไปรับ
เพียงแค่เจ้านายมันพยักหน้าหรือตบหัวเบาๆ โลกก็เต็มไปด้วยความสุข ลืมไปหมดว่าเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมามันนั่งอย่างเดียวดายขนาดไหน

เรื่องหมานี่ไม่แน่ใจว่าหนังได้บอกรึเปล่า หรือเราคิดเองก็ไม่รู้ เพราะตอนดูมันก็อึ้งๆอยู่น่ะ ใจลอยไปหาเรื่องบางเรื่อง คนบางคน หะหะ เลยคิดปนกันมั่วไปหมด

หลังจากนั้นสองวัน มีโอกาสได้คุยกันกับบางคนคนนั้น ก็อีกแล้ว กระดิกหางรับอีกแล้วเรา เฮ้อ
แต่ก็เข้าใจดีว่า หมาน้อยมันมีความสุขจริงๆนะ
เพราะเราเอง แค้นใจตัวเองขนาดไหนก็ยังยิ้ม
ยิ้มอย่างสดชื่นเอามากๆด้วย
เฮ้อออออออ

แต่ในขณะเดียวกัน เราก็เคยเป็นฝ่ายจากไป และทำร้ายคนบางคนที่รักเรามากๆเหมือนกัน
การทำร้ายคนที่เราไม่ได้รักมันง่ายมากๆเลย
แค่คำพูดไม่กี่คำ รอยยิ้มน้อยๆ
เค้าก็ไม่กล้าไปไหนจากชีวิตเราแล้ว
ไม่เห็นต้องดูแลอะไรมากมาย

ทำไมความรักถึงเป็นเครื่องมือที่มีอานุภาพห้ำหั่นกันได้เด็ดขาดอย่างนี้นะ

นักเขียนบท (เอลี่ วอลแลช) พูดไว้กับเพื่อนนางเอกว่า ทำไมเธอต้องทำตัวเป็นเพื่อนนางเอกด้วย ทั้งๆที่เธอก็มีดีทุกอย่าง
คนทุกคนสามารถเป็นนางเอกในชีวิตของตัวเองได้ทั้งนั้น เราไม่ควรเขียนบทให้ตัวเราเล่นเป็นเพื่อนนางเอก แต่ควรเขียนให้เป็นนางเอกต่างหาก
อย่างน้อยเราก็ไม่ควรเขียนให้เราต้องรอใครหรือทำเพื่อใครขนาดนั้น แต่เราควรให้ความสำคัญกับตัวเองเพิ่มขึ้น
ก็นางเอกต้องสำคัญเสมอ จริงไหม









ได้ยินเสียงประตูเปิดอีกแล้ว
หัวใจก็เต้น มือก็สั่น คิดอะไรไม่ออก
แล้วก็ยิ้ม....

0 comments: