Monday, February 18, 2008

ขอบ่นหน่อยเถอะ

ผ่านพ้นช่วงรักแห่งสยามฟีเวอร์ไปด้วยอาการสงบปากสงบคำ

ขอเท้าความนิดหน่อย หลายคนเข้าใจว่าเรายังเล่นพันทิพเหมือนแต่ก่อน แต่ว่า เราไม่ได้เล่นจริงๆจังๆมาเกือบปีแล้วแหละ อาจจะเล่นบ้างบางช่วงที่เบื่อๆหรือมีเรื่องน่าสนใจ แต่ส่วนใหญ่แค่เข้าไปเช็คข่าวการ์ตูนแล้วก็ออก เพราะเดี๋ยวนี้รู้สึกคนเล่นเยอะ สวนทางกับกระทู้ดีๆที่ลดน้อยลงทุกที

แล้วจะงงๆมาก เวลาวิพากษ์วิจารณ์หนังหรือละครอะไร ก็จะมีพวกมาด่าว่าคิดมาก จับผิดโน่นนี่ ทั้งๆที่เราจำได้ว่าสมัยก่อนเฉลิมไทยนี่วิเคราะห์วิจารณ์กันเต็มที่ อ่านของแต่ละคนแล้วสนุกมากเลย

ถ้าเข้าใจไม่ผิด จุดประสงค์ของเวปบอร์ดคือให้เกิดการพูดคุยถกเถียงอย่างมีเหตุผลไม่ใช่หรอ คงไม่ใช่กระทู้รายงานสดละคร หรือรีบรายงานข่าวดาราเตียงหักละมั้ง (ประเภทได้ข่าวจากเอสเอมเอส หรือดูข่าวปุ๊บ ต้องรีบมาโพสกันทันที ขึ้นพร้อมๆกันห้าหกกระทู้ อะไรจะขนาดน้านนน)

แล้วหัวข้อกระทู้แต่ละอันนี่ ยังกะนสพ.หัวสี

เอาล่ะ ต่อๆ

ช่วงรักแห่งสยามฮอตๆ เราก็ไม่ได้ตอบ ตอบอยู่กระทู้เดียวมั้ง ถึงแม้จะหมั่นไส้พวกโฮโมโฟเบียขนาดไหน ก็สงบปากสงบคำได้ดี

คือไม่เข้าใจไง ไม่ชอบก็อย่าเข้ามาตอบสิฟะ นี่ตามด่ามันทุกกระทู้ เซ็ง

แต่ล่าสุด จี๊ดมากกับ ปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น ในประเด็นที่...ก็รู้ๆกันอยู่

ไปอ่านกระทู้นี้มา ชอบมาก

http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A6343328/A6343328.html

ค่อนข้างเห็นด้วยกับ จขกท. ส่วนใหญ่

เพราะเหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดมาแล้วกรณี มิยาบิ

พักนึงในพันทิพเต็มไปด้วยมุขมิยาบิ คือยังไงดีล่ะ จริงๆแล้วเค้าดังมาก่อนหน้านั้นตั้งนาน เรารู้จักเพราะเข้าเวปนอก ไปหาโหลดหนัง (ธรรมดา) แล้วไปอ่านเจอคนพูดๆกัน ก็อืม หรอ

แล้วอยู่ดีๆ ในพันทิพก็มีแต่คนพยายามจะเล่นมุขนี้ ในความคิดเรา คือพยายามโชว์พาวอ่ะแหละ ว่าชั้นน่ะรู้จักเฟ้ย

พอๆกับตอนเดนฉะ โอโตโกะดัง ก็พยายามมีคนพรีเซนต์ตัวเองว่าเป็นโอตาคุเต็มไปหมด คือเราก็จนปัญญาอธิบายอ่ะนะ ว่าทำไมบางคนจิตปกติดีๆถึงอยากจะทำตัวมีปัญหา หรือมันดูเท่ห์ (ค่านิยมคล้ายเด็กแว้น ยิ่งผ่านคุกยิ่งเท่ห์)

ตอนไปเรียนภาษาญี่ปุ่น ก็เจอคนประเภทนี้ พยายามยิงมุขใต้สะดือตลอดเวลา ขอบอกว่าผู้หญิงหลายคนเค้าก็ทันมุขคุณน่ะแหละ แต่ไม่ได้อยากเล่นให้เปลืองตัว เล่าให้น้องเอมฟัง น้องใช้คำว่าถ่อย อืม เป็นคำที่เหมาะมาก พี่ขอยืมนะ

ผู้ชายแมนๆ ไม่ต้องพรีเซนต์ว่า กินเหล้าเก่ง ไม่กลัวแฟน ซื้อแมนซิตี้ (เอ๊ะ..กลอนมันพาไป หุหุ) รู้ลึกวงการเอวี และมีพลังแอล ก็ได้

ผู้ชายแมนๆ แบบของเราก็แค่ ใจกว้างๆ อย่าใจตุ๊ด (ศัพท์กอล์ฟผัก) ไม่ขี้นินทา ไม่น่ารำคาญ ไม่เห็นแก่ตัว มีคดีก็ขึ้นศาลซะ ไม่ใช่ยุบสภา (...) ใช้ชีวิตพอดีๆ ไม่ต้องโชว์พาวมาก (โชว์โง่ก็ไม่ต้องมากด้วย) และที่สำคัญอย่าเห็นผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศ

แบบนี้จะโหลดทุกวันก็ไม่น่ารังเกียจ จริงมั้ยซันจิ (รู้นะ หึหึ)

ป.ล. พิมพ์เสร็จกะลังจะโพส เห็นมาร์โคโปโลของเราตั้งชื่อเอ็มแบบนี้พอดี มะเกี่ยวนะ อันนี้เขียนรวมๆ ไม่ได้ว่าใครโดยเฉพาะ

ป.ล. สอง ถ้ามีเงินสองพันจะทำไรดี ระหว่างดัดผม (เบื่อหน้าตัวเอง) กับซื้อโลโม่ ช่วยคิดหน่อย

Sunday, December 23, 2007

ถ้าบอกว่าบลอกนี้เขียนให้เธอ เธอจะเชื่อไหม...

อิอิ เหมือนมะ




เสียดายไม่มีม้าหินเนาะ

Monday, November 12, 2007

Autumn in Japan (ตอนที่...) : Movie mania

ไม่ได้อัพบลอกมานานมากเลยนะเนี่ย เห็นวันที่แล้วตกใจ
จะยังมีคนอ่านอยู่ป่าวหว่า...

เอาเป็นว่า เราก็สบายดี (โดยรวม) อ้วนขึ้นมากมาย อ้วนสุดในชีวิตแล้วตอนนี้ T-T
เหตุผลก็คือ เราจะเป็นโรคจิตอย่างนึง แบบว่าเวลาเดินทางไปไหน หรือเรียนติดกันนานๆ เราจะแบบว่ากินเยอะกว่าปกติ เพราะกลัวจะหิว -"-
เพราะงั้นเราก็เลยกินเยอะมากช่วงนี้ เพราะเรียน 8.30-12.30 เลย แล้วจะมีพักตอนสิบโมง ก้จะกินโน่นนี่ กาแฟ ขนมปัง เพราะกลัวหิว สุดท้ายนน.เลยขึ้นเอาๆ ไปเที่ยวมาอีกหกวัน นน.ขึ้นอีกต่างหาก เพราะกินเยอะทุกมื้อเลย กลัวหิวระหว่างทาง (สงสัยตอนเด็กๆไม่ค่อยมีกินแน่เลย)

ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเรียนต่อ หรือทำงาน ก็คงตัดสินใจภายในปีนี้แหละ ปล่อยเวลามาน๊านนานเกินไปละ

วันนี้เน้นโพสรูปดีกว่า เพราะตอนอัพปวดหัว ปวดท้อง แต่ไม่มีไรทำเลยมาอัพบลอก (โรคจิตอย่างที่สอง ตอนดีๆไม่อัพ)

วันนี้วันรองสุดท้ายในญี่ปุ่นละ เราก็จะเที่ยวในโตเกียวนี่แหละ เนื่องจากเป็นคนจัดโปรแกรม เลยจัดตามใจตัวเองอย่างรุนแรง -"-

รูปแรกถ่ายกับมุมยอดฮิตที่ใครไปก็ต้องถ่าย อันนี้ถ่ายบนดาดฟ้าของที่พัก เจ๋งมาก ที่พักที่นี่เป็นแบบเกสเฮาต์ บางทีก็มีคนมาพักนานๆ ก็จะมีปาร์ตี้กันด้วย บนดาดฟ้านี่แหละ
แล้วก็มีเนตให้เล่น มีวันนึงเล่นเนตอยู่ ทีนี้คอมมันอยู่ใกล้ๆทีวี ฝรั่งที่นั่งอยู่ใกล้ๆทีวีก็เมาท์กันอย่างเมามัน ด่ากรุงเทพว่าไม่เวิร์ค พอเห็นเราพูดไทยกะนินก็งียบเลย -"- คงพอเดาออกมั้งว่าเป็นคนไทย
อ่ะ ทายซิตึกนี้คืออะไร
.......
.....
...
..
มันคือตึกอาซาฮี เหลืองๆนั่นฟองเบียร์แหละ
ที่แรกที่เราจะไปคือกินซ่า เป็นย่านไฮโซ (กลางวัน) และเป็นที่เที่ยวที่ดัง (กลางคืน) ประมาณเวิร์ลเทรด เพนนิน ของไทยละมั้ง
ตึกสวยเนอะ ออกแนวยุโรป ส่วนนี่ก็ถ่ายมาฝากน้องแจน เซลล์ดีเด่นของแมคบุค

มากินซา เพื่อมาที่นี่แหละ ร้าน Ito-ya เป็นร้านเครื่องเขียน ใหญ่มั้ยล่ะนั่น ทั้งตึกเลยทีเดียว
จากกินซา นั่งรถไฟมาลงสถานีโตเกียว ตามรอยนานะกับฮาจิ สถานีโตเกียวไม่ค่อยคึกคักเหมือนวันแรกที่มาถึง อ้อ ใครไปที่นี่อย่าลืมซื้อโตเกียวบานาน่ากินนะ อร่อยมาก (มันคือเค้กกล้วยหอมที่อร่อยที่สุดในโลก) สถานีโตเกียวเก่าแต่ก็สวยคลาสสิคดี ย่านนี้จะเป็นย่านธุรกิจไฮโซ รอบๆมีแต่ตึกสูงๆเต้มไปหมด เดินแถวนี้รู้สึกเหมือนอยู่เมกามากกว่าญี่ปุ่น คือตึกสูง แต่ต้นไม้เยอะ และสงบ

สาเหตุนึงคือ จากสถานีโตเกียว เดินสิบห้านาทีก็ถึงพระราชวังอิมพีเรียล แต่เราจะเข้าชมไม่ได้ รู้สึกจะเปิดให้วันเดียวคือวันเกิดสมเด็จพระจักพรรดิ


จากสถานีโตเกียว เรามาที่ Tokyo tower แห่งหนังในดวงใจใครหลายๆคน (เดินไกลมั่กๆ)


ถนนหมายเลขสามในวันนี้ เปลี่ยนไปจากเดิมมากทีเดียว แต่ความฝันของใครหลายคนอาจจะยังผลิบานบนถนนแห่งนี้เสมอ

จากนั้น เรามาต่อที่ย่านยอดฮิตอีกที่นึง ฮาราจูกุ สถานีรถไฟที่นี่น่ารักมาก เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปมาเลย วันนี้วันอาทิตย์ คนเลยเยอะพอตัว



เป้าหมายหลักของการมาที่นี่ คือการมากินราเมน 555 ชื่อร้านจังการะ เป็นร้านที่ได้ที่สองของทีวีแชมเปียนแหละ ต้องต่อคิวกันเลยทีเดียว แต่รอไม่นานมาก เพราะบริการดี๊ดี
หน้าตาไม่สวย แต่ของบอกว่า อร่อยโคตรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร เข้าใจแล้วว่าหมูที่ละลายในปากได้เป็นเช่นนี้เอง ให้เยอะด้วย อย่างอิ่ม น้ำซุปก็สุดยอดมาก ลืมราเมนมาม่าในไทยไปได้เลย เสียดายไม่ได้ไปราเมนมิวเซียม ไม่งั้นนะแหม...

อิ่มแล้วก็มาเดินกันที่ร้านของเล่น (เข้าใจไลฟ์สไตล์เราหน่อยละกัน คิดจะไปแต่ร้านแนวนี้แหละ) ร้านคือทั้งตึกอีกแล้ว

โตโตโร่ อยากด้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย


แต่เค้าฮิตดิสนีย์กะคิตตี้กันแหละ มีเย๊อะ เยอะ หลากหลายด้วยยย


เสดแล้วก็มาเดินตรงที่เป็นถนนคนเดิน มีคนทำงานศิลปะมาขายหลายคนเลย น่ารักดี

วัฒนธรรม free hugs (เป็นพหูพจน์ แสดงว่ากอดหลายทีก็ได้)

อันนี้เด็กวัยรุ่นญี่ปุ่น หอบเสื้อผ้ามานั่งแต่งกันแถวนี้ (ไม่กล้าขอถ่ายอ่ะ)

แต่ส่วนใหญ่ก็โพสให้ถ่ายกันนะ (ไม่งั้นจะแต่งมาทำไมฟะ)

จากฮาราจูกุ เดินมาชินจูกุ แวะร้านร้อยเยนที่เค้าว่าใหญ่ ทัวร์ไทยต้องมา แต่เราว่าเดินซื้อซุปเปอร์แถวหอพักได้ของดีกว่าอ่า
แถวนี้ควรมาซื้อของแนวๆ หรือพวกเครื่องสำอาง ขายตามประมาณวัตสัน (แต่มันคือเครื่องสำอางหรูๆบ้านเรา)

ถุงเท้าหน้าเหมือนปลาหมึกใน HxH

จากชินจูกุ เดินมาต่อที่ชิบุยะ ที่นึงที่เราอยากมาที่สุดของทริปนี้ ที่นี่เป็นแรงบันดาลใจให้เราอยากมาญี่ปุ่น มายืนตรงสี่แยกนี้ให้ได้

เรายืนอยู่เกือบยี่สิบนาที มองคนที่เดินผ่านไปมาด้วยความรู้สึกที่ไม่ค่อยอยากจะเชื่อว่าเราได้มาที่นี่แล้ว
เสียดายทีวีเครื่องใหญ่บนตึกมันไม่ฉายไดโนเสาร์คอยาวแล้ว
แต่คนเยอะมาก อย่างที่เคยเห็นในฉากที่ติดตาตรึงใจฉากนั้นใน Lost in translation
สุดยอดหนังในดวงใจ

แล้วก็ไม่น่าเชื่อว่าท่ามกลางคนเยอะอย่างนี้ เราจะรู้สึกเหงาได้จริงๆ
คิดไปแล้วพระเอกก็โชคดีเป็นบ้าเลย
แม้ว่าจะสื่อสารไม่ได้ ยังพบคนที่เข้าใจได้
ดีกว่าที่เราต่างพูดภาษาเดียวกัน แต่กลับไม่เข้าใจกันและกันแม้แต่น้อย
ใช่ไหม


ระหว่างนั่งรถไฟกลับ มองแสงไฟจากตึกที่วิ่งผ่านข้างทาง ทำให้อดนึกถึงเรื่อง shall we dance ไม่ได้ อีกไม่นาน เราก็คงเป็นส่วนนึงของเมืองใหญ่ แต่เราจะเป็นแบบไหน คนเหงาคนนึงในเมืองใหญที่นั่งมองออกไปจากหน้าต่างรถไฟอย่างเลื่อนลอย? หรือคนที่โดดลงจากรถไฟแล้วลุกขึ้นเต้นรำ?

หรือเพียงแต่โดดลงไป..ไม่พ้น

ก่อนออกประตู เห็นคำเตือนระวังประตูหนีบ น่ารักดีจังน้องแมว



ล่าสุดไปสิงคโปร์มา ป้ายห้ามเข้าคือ รูปคนเดินเข้า และมีคนถือปืนยิง -"-

อารมณ์ขันสวยงามเสมอ

Saturday, July 28, 2007

Sea Sand Sun UNSEEN!!

มาอัพบลอคแบบง่วงๆอีกแล้ว ทำไมต้องมาอัพตอนง่วงทุกทีละเนี่ยช่วงนี้
แต่มันมีเหตุ เพราะว่าช่วงนี้เป็นวันหยุดยาวน่ะสิ

ส่วนใหญ่เวลาวันหยุดยาว หลายๆคนก็มักจะไปเที่ยวต่างจังหวัดกัน
ซึ่งแน่นอน ทางที่ดีที่สุดคือวางแผนล่วงหน้าและจองที่พักไป เพราะไม่งั้นอาจได้พบประสบการณ์ประทับใจ คือค่าที่พักเก่าๆโทรมๆแต่ราคาโรงแรมห้าดาวบวกอาหารเช้า เผลอๆรวมมื้อเย็นไปด้วย คือเจ้าของที่พักพวกนี้คงกะขายห้องวันเดียวอยู่ได้ตลอดปี

แต่ก่อนเราจะสนุกสนานมากกับการวางแผนไปเที่ยว แต่หลังๆเริ่มหมดไฟ ประกอบกับว่าชีวิตไม่ค่อยแน่นอน เลยแทบไม่ได้ไปไหนยาวๆ
ช้าก่อน ถึงยังไงก็ตามเรามีโปรโมชั่นพิเศษ ใช่มั้ยจอร์จ แน่นอนอยู่แล้วเฟรด
วันเดียวก็เที่ยวได้ ฮ่า!!!

คราวก่อนโน้นเราบึงฉวากกันมาแล้ว คราวนี้เปลี่ยนบรรยากาศกันบ้างดีกว่า
อ้อ ลืมบอกเราไปสงกรานต์น่ะ
ทะเล ทะเล๊ ทะเล

ทีนี้วันเดียวจะไปไหนดี
ขอแนะนำ เกาะขาม สัตหีบ
โย่ว
เกาะขามนี้อาจจะไม่ค่อยคุ้นหูกันนัก ส่วนใหญ่จะนึกถึงเกาะขาม ตราดมากกว่า
เกาะขาม สัตหีบ อยู่ในความดูแลของกองเรือป้องกันชายฝั่ง กองทัพเรือ เอาง่ายๆก็อยู่ที่ฐานทัพเรือสัตหีบนั่นแล
ไปกันเลยดีกว่า

ออกจากกรุงเทพ มุ่งสู่เส้นทางไประยอง ไปทางบายพาส
แต่ที่จริงไปทางบางนาก็ได้ และวิ่งไปจนสุดชลบุรี ผ่านบางแสน พัทยา และมาสุดที่สัตหีบ
ไปติดต่อที่กองกำลังป้องกันชายฝั่ง วันนี้วันหยุดยาว เลยมีคนมาเรื่อยๆ เรือก็ออกเรื่อยๆ
ค่าใช้จ่ายคนละ 200 บาท รวมค่าเรือท้องกระจก ชูชีพ เก้าอี้ชายหาด ห้องน้ำ อาบน้ำบนเกาะ ค่าเรือไปกลับ
เราว่าถูกโคตรๆ แต่ก็มีพี่ผู้หญิงบ้านๆไปบ่นโวยวายว่าทำไมคราวก่อนมาร้อยนึงเอง
พี่ทหารก็อธิบายด้วยความใจเย็นว่า ถ้าให้ทหารเรือซื้อบัตรจะได้ลด
เจ๊แกเลยเบ่งเลยว่า ญาติแกเป็นทหาร นายพันโง้นงี้ ให้ลดให้หน่อย
คราวก่อนแกก็มากะญาติ
โธ่ป้า อยากบอกว่าไปเกาะอื่นบางเกาะน่ะ 200 ยังไม่ได้ค่าเรือเลย นี่ของราชการ บริการก็ดี ยังจะเรื่องมากอีก
เอาละ ซื้อตั๋วแล้วก็มาลงเรือกัน ท่าเรือใหญ่มั่กๆ

มาถึงเจอป้ายต้อนรับ และที่ทำการอุทยาน ชูชีพที่แขวนๆนั่นหยิบไปใช้ได้ฟรี
สำหรับเรา ถือว่าใหม่ และสะอาดใช้ได้ ไม่ได้มีแต่อันเสียๆชำรุดๆ
พอไปถึง พี่ทหารก็มาเรียกให้ไปขึ้นเรือท้องกระจก ใครไม่ไปก็ได้ สังเกตว่าเจ้าหน้าที่บนเกาะก็เป็นทหารกันทั้งหมด (อาจจะทหารเกณฑ์) ก็สุภาพเรียบร้อยดี (ใครจะกล้าไม่เรียบร้อยล่ะแหม)
ระหว่างนั่งเรือท้องกระจก มองลงไปน้ำตาแทบไหล ไม่ใช่อะไร ทำไมมันไม่มีไรเลยฟะ
ไหนก่อนมาไปอ่านรีวิว มีคนนึงบอกว่าไปดำน้ำมาหลายที่ ให้ที่นี่สวยรองจากเกาะไม้ท่อน ภูเก็ต

ลงจากเรือท้องกระจกด้วยความห่อเหี่ยว ลากเก้าอี้ไปนั่งเล่น ร้อนก็ร้อน ตัดสินใจว่า เอาฟะ ยังไงมาแล้วก็ต้องเล่นน้ำ เลยเดินไปเช่าสน๊อกเกิ้ลมา ชม.ละ 20 บาท ประทับใจอีกแล้ว ใหม่ๆมากๆ และเป็นของดี คือไม่ใช่พวกอันละสองสามร้อยแน่นอน อันนี้ต่ำๆก็เจ็ดแปดร้อย ใส่สบาย
ดำน้ำไป ก็ดีใจเล็กน้อย ถึงไม่ค่อยมีพวกประการัง ก็ยังมีหอยเม่น กะปลิงทะเลตัวใหญ่
ยังไงฝั่งอ่าวไทยมันก็แทบไม่มีประการังอยู่แล้ว
ดำไปดำมา ปรากฏว่าโผล่มาอีกด้าน อยู่ในทุ่น กำลังจะว่ายกลับ คราวนี้ โอ้ ตื่นตะลึงมาก
เพราะใต้น้ำนี่เป็นอีกโลกนึงเลย ประการังถือว่าค่อนข้างสมบูรณ์และเป็นแนวที่ใหญ่พอควร
ปลาเยอะและหลากหลาย ถึงจะไม่มากเท่าตะรุเตา (ก็แน่สิฟะ)
เอาเป็นว่า สรุปว่าดีมากๆ ประทับใจและคุ้มค่าเงินที่สุด ขออวดว่าเราดำมาหมดแล้วอ่ะนะ อาดัง ราวี หลีเป๊ะ หมู่เกาะตะรุเตา หมู่เกาะสุรินทร์ เกาะเต่า เกาะนางยวน เกาะช้าง ทะเลตรัง พีพี และอุทยานแห่งชาติขนอม ( เออ พอมานับจริงๆนี่ เราดำเยอะไปป่าวฟะ) เอาเป็นว่าเมื่อเปรียบเทียบกับการไปดำที่อื่น เราก็ยังถือว่าที่นี่ติดที่ประทับใจอยู่ดี โดยเฉพาะว่ามันใกล้กรุงเทพแค่เนี้ยยย และราคาอย่างถูก
เหตุนึงเพราะว่าเกาะไม่ได้เปิดให้สัมปทานเอกชน อะไรๆก็เลยยังสมบูรณ์อยู่มาก
อ้อ ถ้าไปขอแนะนำให้ไปทานข้าวที่เกาะ ช่วยเหลือพวกแม่บ้านทหารชั้นผู้น้อย
ราคาไม่แพงนะ อาหารจานเดียวทะเลรวมไข่ดาวก็สามสิบบาท
มีทะเลเผา กุ้ง ปลา ปลาหมึก หอยเชลล์ ชุดละร้อย เอาแบบรวมก็ได้ น้ำจิ้มอร่อยมากกกก คอนเฟิร์ม
คือคนที่ไปส่วนใหญ่ก็คนแถวนั้น หอบเสื่อ ข้าว น้ำ ไปกิน แบบว่ากะไม่ใช้เงินเลยซักบาท
อ้อ น้ำก็ราคาปกติ

อืม เหมือนเขียนเชียร์มาก ตินิดเดียวคือเรื่องน้ำ และห้องน้ำ ก็อารมณ์แบบไปราบ 11
ห้องน้ำทหารสร้างน่ะ ก็หมองหม่นนิดหน่อย แต่น้ำนี่โทษเค้าไม่ได้ ตอนเราไปน้ำไม่พอ เพราะน้ำจืดต้องขนมา เค้าบอกคนมาเยอะมาก น้ำที่กะว่าพอเลยไม่พอ เราเลยต้องดองมาอาบที่ฝั่ง ฟรีเช่นกัน

อ่ะ ซักรูป
เรือที่พามา พากลับ ทหารเค้าต่อกันเองด้วย


ขากลับก็แวะรายทางเรื่อยมา วัดเขาชีจรรย์ วิหารเซียน และอื่นๆ ใช้เวลาอย่างละนิดละหน่อย จนมาถึงเป้าหมาย กินซีฟู๊ดที่ ต.บ้านอำเภอ
จำชื่อร้านไม่ได้แล้ว แต่คงจะร้านดัง เพราะร้านใหญ่ประมาณโรงอาหารมธ. อาหารโอเค สด แต่รสชาดสำหรับเรายังเฉยๆ หรือสั่งไม่เป็นไม่รู้สิ ดูโต๊ะอื่นก็อร่อยกันดี


ก่อนกลับ แวะถ่ายรูปที่เมืองจำลอง พัทยา อยากมาตั้งแต่เล็กๆแล้ว ไม่มีใครพามา


หมดละ ใครว่างๆแนะนำให้ไป อ้อ เช็คอากาศก่อนนะ เพราะถ้ามรสุมเกาะปิดเน้อ

คราวหน้ามาต่อญี่ปุ่นนะ อีกสองตอนจบแล้ว รับรองไม่ดองเหมือนน้องกอหนึ่ง

Thursday, July 05, 2007

Autumn in Japan 8.2: Daiba

หลังจากมีใครก็ไม่รู้ปล่อยข่าวว่าเราอัพเรื่องเที่ยวญี่ปุ่นจบไปแล้ว จริงๆยังไม่จบนะนี่ แค่เกือบๆเอง

มาต่อกันเล้ยยย (แบบง่วงๆหน่อย ตอนเขียนง่วงมากกก)
ความเดิมตอนที่แล้ว เราก็ไปเดินเลือดกำเดาไหลกันแถวอากิฮาบาระ (เราเลือดกำเดาไหลเพราะอยากได้ฟิกเกอร์ ส่วนคนอ่านก็เพราะ...อิอิ รู้นะ)
จริงๆแล้วแผนเราคือจะไปราเมนมิวเซียม ซึ่งอยู่เมือง yokohama น่าจะคุ้นๆนะ เป็นเมืองธุรกิจอันดับสองของญี่ปุ่น (ไม่ก็อันดับสามนี่แหละ ไม่แน่ใจ) ถ้าใครชอบดูหนังสัตว์ประหลาดบุกเกาะ (ก่อนเจอมนุษย์ห้าสี) มันจะขึ้นบกที่อ่าวโยโกฮาม่านี่แหละ

สุดท้ายปรากฏว่าแผนล่ม เพราะเราดันทำตั๋วรถไฟหาย จะซื้อใหม่ก็แพงทีเดียว สุดท้ายตัดใจ ไปที่สุดท้ายของวันนี้เลยละกัน

วันนี้เราจะไป Daiba หรือเมืองใหม่ของญี่ปุ่น ถือว่าเป็นย่านคนมีเงินย่านนึง ใครดูบาเบลน่าจะจำได้ คอนโดของน้องญี่ปุ่นคนนั้นแหละ
Daiba บางส่วนเกิดจากการถมทะเล แต่เนื่องจากศก.ญี่ปุ่นชะลอตัว โครงการก็เลยชะงักไป

เราขึ้นรถไฟสาย ยูริคาโมเมะ หรือนกนางนวล เป็นรถไฟฟ้าอัตโนมัติ คือไม่มีคนขับ
ถึงแล้ววววว Daiba station. จ้า
อันนี้เราเห็นว่าเป็นอะไรที่ไม่เข้ากันมั่กๆ เทพีเสรีภาพจำลอง T-T มีไว้ทำไมเนี่ย ส่วนข้างหลังคือสะพานที่เชื่อมไดบะกับเมือง ชื่อ Rainbow bridge หรือ สะพานสายรุ้ง ซึ่งรถไฟที่เรานั่งมาก็ข้ามสะพานนี้แหละ over the rainbow อิอิ
ในรูปท้องฟ้ามืดเร็วมากมาย ตอนนั้นน่าจะหกโมงเองมั้ง และเนื่องจากว่ามันติดทะเล ก็เลยลมแรง และหนาวโคตรๆ (ขนาดเรายังว่าหนาวอ่ะ หนาวจริงๆนะ)
อ้อ จริงๆตอนแรกว่าจะไปดิสนีย์ซี แต่ลุงบอกไดบะมีลอยกระทง เลยจะมาดู พอมาถึงเงียบมากกกก โดนหลอกง่ะ T-T

อันนี้ตึก Fuji-Tv ตึกใหญ่มากเลยแต่กล้องเก็บไม่หมด
จริงๆแล้วเป็นเมืองใหญ่มาก มีห้าง ท่าเรือ อควาเรียม แต่เราหนาวสุดๆ เลยเดินไปเป้าหมายเลยละกัน วันนี้เราจะมาที่นี่จ้า Megaweb หรือพิพิธภัณฑ์ของโตโยต้าเค้า
ณ.ทางเข้า ร้านเบอร์เกอร์สัญชาติญี่ปุ่นมีให้เห็นทั่วไป แต่วันนี้ไม่ได้ลองจ้า เพราะกินมาจากอากิแล้ว ขอบอกว่าที่อากิอาหารถูกมาก สงสัยรู้ว่าโอตาคุเอาเงินไปซื้อฟิกหมด
เข้ามาข้างใน มีรถโชว์ต้อนรับเล้ยยย
เป็นพิพิธภัณฑ์ที่น่ารักมาก คือทันสมัยแต่ก็แอบแต่งอะไรญี่ปุ่นๆ คือเราว่ามันทำให้ดูอบอุ่นเป็นกันเองดีน่ะ อ้อ แล้วข้อดีอีกอย่างคือ ที่นี่จะไม่มีการห้ามจับ คือเราจะติดกลัวๆกล้าๆไม่กล้าจับ แต่จริงๆแล้วเค้าทำให้ใกล้ชิดคนมากเลย ชอบๆ
อันนี้เป็นพัฒนาการรถยนต์ของโตโยต้า ลองนั่งได้ด้วยนะ

ส่วนอันนี้เป็นระบบ GPRS ที่กำลังพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ
รถแข่ง
เอ่อ..รถแนว ละกัน
อันนี้รถรุ่นใหม่ สังเกตว่ารถที่นี่จะคันไม่ใหญ่มาก (คงเพราะที่มันน้อย) รถที่เราเห็นวิ่งตามถนนก็ทรงๆนี้ทั้งนั้นเลย

อันนี้ให้ทดลองขับจ้า ถ้าจะลองต้องทำใบขับขี่อินเตอร์ไปด้วยนะ
อีกด้านเป็นงานไอเดีย คล้ายๆกับโตโยต้าที่สยามบ้านเรา (รึเปล่า)

งานไอเดีย ไม่ใช่แค่คิดนะ ทำออกมาแร้วววว บางอันมีวีดีโอวิธีใช้ประกอบ น่ารักมั่กๆ เดินอยู่เกือบ ชม. -"-

ออกมาอีกด้าน มันจะเป็นที่จัดนิทรรศการเวียนไปเรื่อยๆ ตอนนี้เป์นงานของจอห์น เลนนอน

อ่ะ ให้ดูรูปนึง เราชอบรูปนี้

มีโซนของเกม เล่นฟรี อันนี้ไฟมันจะขึ้นแล้วให้เรารีบแตะๆ หลังๆจะขึ้นเร็วมากกกก

อีกด้านเป็นโชว์รูม ขายรถจ้า
ชอบเล่นอันนี้มาก เป็น simulator ขับรถแล้วโยกๆ คือพนักงานจริงจังมาก จะต้องดูว่าเราคาดเข็มขัดเรียบร้อยมั้ย เก้าอี้ปรับพอดีขา ทุกอย่างเลย ของไทยก็มีมั้งแบบนี้ แต่อันนี้สนุกดีจริงๆนะ

โรงหนัง
ต่อไปเราก็ไปกันที่ห้าง venus fort ห้างนี้จะทำแบบยุโรปๆหน่อย เลียนแบบห้างไรซักอย่างนี่แหละ ที่ทำเพดานเป็นท้องฟ้า

ตกแต่งห้างด้วยรูปปั้นก็เก๋อีกแบบ แต่แบบว่าไอ้ท้องฟ้าเลียนแบบนี่มัน..ไม่ใช่อ่ะ มันไม่ใช่ T-T
ข้างในเป็นพิพิธภัณฑ์รถเก่า ฟรีอีกแล้ววววว
เกมเซนเตอร์ แหะๆ (ขนาดเพิ่งมาจากอากิบะนะนี่ -"-)
ดูเวลาอีกทีก็สามทุ่มแล้ว จริงๆเราตั้งใจจะไป ondo onsen เป็นออนเซ็นที่ทำจำลองยุคเอโดะ คือที่เรามานี่ก็เพราะอยากมาไอ้นี่แหละ อิอิ อยากใส่ยูคาตะ (จริงๆแอบใส่ไปแล้วที่เกียวโต ไว้เอารูปมาลง) แต่ตอนนั้นเริ่มจับไข้ หลังจากเดินกลับมาสถานีรถไฟ ก็อุณหภูมิประมาณเจ็ดองศา บวกลมแรงขนาดลมทะเล T-T โครงการนี้เลยพับ กลับหอนอนดีกว่า
ก็กลับทางเดิมมาลงที่ Ueno ไม่ได้เที่ยว Ueno ซะที ที่นี่มีสวนสัตว์ด้วย แต่เราก็คงไม่ได้ไปแหละ ไม่มีเวลา เลยถ่ายรูปกะแพนด้าที่สถานีรถไฟมาแทน (ทำไมทำท่าเหมือนกัน...)

ก็กลับหอนอนล่ะ ก่อนกลับตอนแรกว่าจะไปหาไรกินแถวนี้ ปรากฏว่าร้านมันญี่ปุ่นมากๆ อาหารหน้าตาไม่คุ้นเคยเลยทีเดียว เลยเดินไปร้านร้อยเยน หาขนมกินเล่น คุณธานินทร์ก็ซื้อ มาม่ารถแปลกๆมากินอีกละ เป็นงานอดิเรกประจำวัน
ต่อคราวหน้าจ่ะ

Sunday, June 24, 2007

How to maximize utility?

ถ้ามีเงินหมื่นห้า จะเอาไปทำอะไร

ก. ซื้อ Wii
ข. เรียน toefl

คิดไม่ออก T-T

Sunday, June 03, 2007

M.A. Trip 2007

บังคับอ่าน

ว่าด้วยเรื่องเที่ยว

เออเนาะ เรื่องเที่ยวขอให้บอก ขยันจริงๆจังๆ

สรุปว่า ตอนนี้มีให้เลือกกันสี่ตัวเลือก

ในราคาที่ไม่แพงนัก

ทางแรกคือ ข้ามเกาะ

ข้อดีคือทะเลสวย ที่ยังไงๆบนฝั่งไม่มีทางทำได้

ทรายขาวนุ่มละเอียด น้ำทะเลสีฟ้า

อันแรกก่อนเลย

เกาะหมาก

งบประมาณ ค่าที่พัก รถ เรือ จากกรุงเทพ ทั้งหมด 2300

มันแพงเรือ speed boat เที่ยวละ 450

ทีนี้ เกาะหมากเนี่ย อยู่จ.ตราด ซึ่งมันค่อนข้างไกล

แล้วก็แล่นเรือออกไปไกลเหมือนกัน

หนึ่งชั่วโมง speed boat

แต่เท่าที่อ่านมา ก็เงียบ สวย สะอาด

เราสามารถข้ามไปเกาะขามได้ เกาะขามเค้าว่าน้ำเหมือนมัลดีฟเลย

ฮี่ๆๆๆ

http://www.baan-koh-mak.com/

มีที่พักอีกหลายที่น่ะ แต่ขี้เกียจหา ถ้าไปจริงๆจะหาเพิ่ม

เอาเป็นว่า นอกจากเรื่องไกล ก็มีเรื่องว่า ไม่รู้ราคาอาหารน่ะ

คือพี่ที่ชุมนุมเรา (ค่าย) เคยไปก็ว่าไม่แพง

แต่เค้าจำชื่อรีสอร์ทไม่ได้อ่ะดิ

เพราะงั้นงบข้างบนนี้ไม่รวมอาหาร กะกิจกรรมที่อยากทำ เช่น ดำน้ำ แคนู

ต่อด้วยเสม็ด

ใครจะว่ายังไง เราก็รักเสม็ด

ทรายขาวนุ่มยังกะแป้ง

ข้อดีคือ ไม่ไกลมาก อยู่ระยองจ้า

ข้ามเรือประมงอีกประมาณครึ่งชม.

ซึ่งเรือประมงเนี่ย มันไม่อันตรายเท่า speed boat

นี่พูดกันแบบตรงๆเลยนะ

งบประมาณ ข้อดีอีกอย่างคือเสม็ด มันมีตัวเลือกเยอะ

อย่างเราเคยไป 1,500 สามวัน รวมซีฟูดหนึ่งมื้อ และเบียร์

แต่มื้ออื่นก็กินจานเดียวนะ

คือที่นี่ ที่พักค่อนข้างแพง

ที่เราไปอ่ะถูก แล้วก็มันจะกว้างๆกระจัดกระจายกันไป

คือคนที่เลือก เค้าไม่อยากได้ที่พักแบบเรียงเป็นแถวง่ะ

แต่ตัวบ้านนี่ ไม่สวยเลยนะ

แล้วก็ไม่มีแอร์

ข้อเสียคือยุงเยอะมากกก

ข้อเสียเสม็ดอีกอย่างคือ คนเยอะ

เราแนะนำให้พักหาดทรายแก้ว

เพราะเดินไปตลาดได้

ข้าวจานละ 30 น้ำ 5 บาท

(ไปปี 48)

ถ้าพักหาดอื่นโดนขูดรีดเลือดสาด

ทีนี้ ไม่ต้องพักลำบากแบบคราวที่แล้วก็ได้

เอาแบบดีๆก็

http://www.silversandresort.com/index.html

1200 ต่อคืน ช่วงนี้ low อาจจะลดอีก

อันนี้แบบธรรมดา

http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E5301340/E5301340.html

ต๊อก บังกะโล แอร์ 800 แต่ดูแล้วน่าจะพักได้หลายคน

http://www.jepbungalow.com/mcontents/marticle.php?headtitle=mcontents&id=9361&Ntype=1

เจี๊ยบ ห้องแอร์ พันสอง เน้อ

หรือถ้าไปหาดอื่น ค่าที่พักจะถูกลง สวยขึ้นด้วย แต่เราไม่รู้ราคาอาหารนะ จานเดียวน่าจะประมาณ 50

แสงเทียน สวยและเงียบ

http://www.sangthain.com/index.htm

แล้วก็วงเดือน

http://www.koh-samet.org/Vongduern_Villa/index.HTM

สรุปคือ จากความคิดเรานะ ถ้าไปเสม็ด เอาแบบธรรมดาๆ ไม่คิดมาก ก็ 2000 ได้

นี่คือรวมหมดนะ แต่ถ้าเอาสบายๆ ก็ 2500 อันนี้เราว่ากินดีอยู่ดีแล้วอ่ะ

หรือจะเอา 1500 ก็ได้ แต่ลำบากนิดๆ

เริ่มเหนื่อย

ทีนี้ถ้าข้ามเกาะไม่ได้ ก็มีสองที่ คือ บ้านกรูด กับหัวหิน

บ้านกรูดก็ไกลหน่อย นั่งรถประมาณสี่ชม.กว่าๆ

แต่เงียบ สงบ สะอาด

ถึงทรายไม่นุ่มก็เถอะ

อาจจะไปดำน้ำเกาะทะลุได้ ถ้าฝนไม่ตก

ขี้เกียจหารูปแล้วอ่ะ ใครอยากดูไปเสิร์ชเอาละกัน

ข้อเสียคือ ถ้าไม่มีรถ ก็เข้าไปลึกอยู่

แล้วขับออกมาหาไรกินไม่ค่อยได้

งบประมาณ ก็ค่ารถ ค่าที่พัก ประมาณ 1500

แต่ที่พักคือดีนะ (ดีกว่าเสม็ด)

ค่ากินนี่ไม่แน่ใจ

สุดท้ายคือหัวหิน

หาดสวยสุดแล้ว ถ้าเป็นทะเลบนฝั่ง

ข้อเสียคือ

ที่พักแพงเวอร์ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

คือถ้าไปหัวหินก็ลืมๆไปซะว่ามาทะเล

เพราะคงไม่ได้ที่พักติดหาดแน่

แต่ข้อดีคือ ตลาดหัวหินของกินเต็มเลย

ฮี่ๆๆๆๆ

สรุปงบคร่าวๆ

เกาะหมาก 3000-3500

เสม็ด 2000-2500

บ้านกรูด 2000-2500

หัวหิน 1500++

อันนี้นอนแอร์ กะคิดเผื่อๆไว้แล้ว

แต่ถ้าอยากไปแบบถูกกว่านี้ เช่น 1500-2000

บอกมาได้

แต่ลำบากหน่อยนะ บอกไว้ก่อน