Sunday, June 24, 2007

How to maximize utility?

ถ้ามีเงินหมื่นห้า จะเอาไปทำอะไร

ก. ซื้อ Wii
ข. เรียน toefl

คิดไม่ออก T-T

Friday, January 12, 2007

ประกาศสงคราม !!!!

เนื่องจากว่างานประจำในสองอาทิตย์ที่ผ่านมา คือการเล่นทายปริศนาจานแม่

หลังจากอดตาหลับขับตานอนมาหลายคืน เมื่อคืนเราก็ประสบความสำเร็จจนได้
ดูซะ !!!

http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A5039892/A5039892.html

ในที่สุดก็ตอบถูก ได้มาหนึ่งคะแนน

วันนี้ลัลล้าไปมหาลัย ก็โดนคุณ 009 และ megadance ประนามหยามเหยียดว่าเกมปัญญาอ่่อนมั่งล่ะ เสียเวลาทำงานอดิเรก(ทีสิส) มั่งล่ะ (แต่มันก็เล่นเป็นกันทั้งคู่นั่นแหละนะ)

แล้ววันนี้พอได้เวลาจานแม่จะมา นู่นนนน คุณ 009 กะเมก้าแดนซ์ก็ทยอยเข้ามาทีละคนๆ

-"-

วันนี้ปริศนาโคตรยาก แต่นะ เนื่องจากเราเด็กเสดสาดอยู่แล้ว เกมนี้ก็ต้อง cooperative game ซะหน่อย เผื่อ welfare จะสูงขึ้น
ปรากฏว่าคุณ 009 ตอบถูก คุณเมก้าแดนซ์ก็เดาได้ใกล้ๆ มีเรานี่ง่อยอยู่คนเดียวเลยเว้ย
แค้นฝังโตชิบามากๆคราวนี้ :(

http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A5042886/A5042886.html


พรุ่งนี้เจอกัน 009 !!!!


เฮ้ย เมื่อกี้เพิ่งนึกได้ วันนี้ double point นี่หว่า
009 ได้สองคะแนนนี่

เอาจริง...สู้โว้ยยย

Thursday, January 11, 2007

The Holiday

เดอะ ฮอลิเดย์ เซอร์ไพรส์รักวันพักร้อน(The Holiday )

เดอะ ฮอลิเดย์ เซอร์ไพรส์รักวันพักร้อนอาแมนด้า วู้ดส์ (คาเมรอน ดิอาซ) เจ้าของบริษัทโฆษณาที่ผลิตงานภาพยนตร์ตัวอย่าง ใช้ชีวิตอยู่ในเซาเธิร์น แคลิฟอร์เนีย ไอริส ซิมป์กิ้นส์ (เคต วินเสลต) เขียนคอลัมน์ยอดนิยมเกี่ยวกับงานแต่งงานให้กับหนังสือพิมพ์เดลี่เทเลกราฟของลอนดอน และอาศัยอยู่ในกระท่อมที่ดูน่าอยู่ในย่านชนบทของอังกฤษ

ถึงแม้ไอริสและอาแมนด้าจะใช้ชีวิตอยู่ห่างกันถึง 6,000 ไมล แต่พวกเธอตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ก่อนถึงเทศกาลคริสต์มาส ไอริสและอาแมนด้าตัดสินใจที่จะทิ้งผู้ชายในชีวิตของพวกเธอ (รับบทแสดงโดยเอ๊ดเวิร์ด เบิร์นส์ และรูฟัส ซีเวลล์)

อาแมนด้า ที่กำลังอยากออกไปจากเมืองเพื่อพักผ่อนในช่วงวันหยุด เข้าไปในเว็บไซต์สำหรับผู้ต้องการแลกเปลี่ยนบ้าน และพบว่ากระท่อมสไตล์อังกฤษของไอริสคือยาขนานเอกที่เหมาะกับปัญหาของเธอ ทันใดนั้น อาแมนด้าและไอริสเห็นพ้องต้องกันว่าจะเดินทางข้ามทวีป และย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านของกันและกันเป็นเวลานานสองอาทิตย์


ไอริสเดินทางมาถึงลอสแอนเจลิสในวันที่ฟ้าสดใส อากาศอบอุ่นไปด้วยสายลมซานตา แอนนา ไม่นานหลังจากเธอเดินทางมาถึงบ้านของอาแมนด้าที่เบรนต์วู้ด เธอกลายเป็นเพื่อนกับอาร์เธอร์ (เอลี่ วอลแลช) มือเขียนบทจากยุคทองของฮอลลีวู้ด และไมลส์ (แจ็ค แบล็ค) นักแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ ซึ่งทำงานกับแฟนเก่าของอาแมนด้า

ในอังกฤษ อาแมนด้าก้าวเข้าสู่ความเงียบสงบอันแสนสบายของกระท่อมโรสฮิลล์ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ เมื่อแกรห์ม (จู๊ด ลอว์) พี่ชายรูปหล่อของไอริส เดินเข้ามาเคาะประตูกระท่อม

Credit : http://www.movieseer.com

************************************************************************

ไปดูมาแล้วววว จี๊ดมากกกก
จริงๆแล้วหนังแนวที่เราชอบที่สุดคือ romantic comedy นะ (แอบไม่เชื่อกันล่ะสิ)
แต่ส่วนใหญ่แล้วจะหาที่ประทับใจมากๆไม่ค่อยได้
อ้อ ออกตัวก่อนว่า เราไม่ชอบแนวหนังเกาหลีนะ จำได้ว่า ตอนคริสมาสต์ปีนึง เรื่อง Love actually กับ The classic ออกฉายใกล้ๆกัน เราเทใจทั้งร้อยให้ Love actually

สำหรับเรื่องนี้ ไม่ค่อยได้คาดหวังไว้เท่าไหร่ เพราะดูพลอตเรื่องก็ธรรมดาๆ
แต่ในเมื่อชีวิตช่วงหลังๆนี้ขาดอะไรแบบนี้ไปเยอะ ทำให้เราไม่ลังเลเลยที่จะดู

เอาละ เพื่อไม่สปอยมากกว่านี้ ขอเล่าประเด็นที่เราประทับใจในเรื่องนี้ดีกว่านะ

ข้อแรก พ้องกับคำที่เราเคยได้ยินมาก่อนว่า คนเราไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ ก็สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้เสมอเมื่อพบคนอื่น
เราอาจจะคิดในสิ่งที่ไม่เคยคิด ทำในสิ่งที่เราไม่เคยคิดว่าเราจะทำ
ง่ายๆเพียง เราเปิดใจรับคนอื่นเข้ามาในชีวิตเราบ้างก็เท่านั้น

ในเรื่องนี้ นางเอก(คาแมรอน) ดูเหมือนจะเก่งไปซะทุกอย่าง แต่ปัญหาของเธอคือเธอเพอร์เฟคเกินไป เข้มแข็งเกินไป
หนังจะค่อยๆเปิดเผยทีละน้อยว่า นางเอกไม่ได้เก่งไปทุกเรื่อง มีอยู่เรื่องนึงที่เธอบอกว่าเธอไม่เก่งเลย
อย่างที่เดากันได้ ก็คงพอจะรู้ว่า คนที่เข้ามาสร้างความมั่นใจให้นางเอกของเรา ก็ต้องเป็นพระเอกสิ (จู๊ด ลอว์) แต่เล่าเฉยๆมันก็ไม่สนุก ไปดูเองดีกว่าเพราะหนังใส่มุขน่ารักๆที่เราว่ามันเจ๋งมากมาย

พระเอกเรื่องนี้มีบุคลิกที่น่ารักๆเช่นกัน เป็นพระเอกที่ไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่ ก็จะมีพระเอกซักกี่เรื่องกันล่ะที่จะทำกับข้าว ดูแลบ้าน เป็นพ่อบ้านซะจนต้องยุคนแถวๆนี้ไปดู
ช้าก่อน..อย่าคิดว่าพระเอกจะบุคลิกน้ำเน่า แบบผู้ชายอบอุ่นอะไรเยี่ยงนั้น เพราะถ้างั้นเราจะรู้สึกว่าอบอุ่นแบบเฟคๆ แต่นี่จะรู้สึกว่า วิธีที่เค้าปฏิบัติกับคนอื่นมันทำให้เราเรารู้สึกว่า ผู้ชายคนนี้อบอุ่นจังเลย

แต่ประเด็นคือว่า หนังเรื่องนี้ื ทุกคนก็มีความไม่มั่นใจ ไม่เข้าใจในสิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่ จนเราได้พบคนบางคนบนโลกใบนี้ ทำให้เรารู้สึกว่าเรามีที่อยู่ของเรา อาจจะเป็นแค่มุมเล็กๆ แต่มันก็ทำให้เราอยากจะซุกตัวอยู่ในนั้นไปนานๆ

สิ่งที่เราประทับใจที่สุด ไม่ใช่ฉากที่เล่าไปหรอกนะ แต่เป็นเรื่องของเพื่อนนางเอก (เคต วินเสลต) กับ พระเอกตัวจริง นักเขียนบท (เอลี่ วอลแลช) ต่างหาก
ซึ่งต้องไปดูเองนะ แต่เราชอบความสัมพันธ์ของสองคนนี้มากๆ

ข้อที่สอง เคยมั้ยที่ดูหนังดูละคร แล้วรู้สึกว่าเพื่อนพระเอกดีจังเลย ดีกับนางเอกทุกอย่าง แต่สุดท้ายนางเอกก็ไปเลือกพระเอกที่ทำให้เธอน้ำตาร่วงมาตลอดเรื่องอยู่ดี เฮ้อ
เราคนนึงล่ะ ที่ขัดใจทุกครั้งเวลาเจอแบบนี้

เพื่อนนางเอก(เคท) และเพื่อนพระเอก (แจ็ค แบล็ค) ของเราก็เช่นกัน หลงรักคนๆนึงอย่างสุดจิตสุดใจ และรู้ทั้งรู้ว่าไม่มีโอกาสที่จะได้รับมันกลับคืนมาเลย (ถ้าอยากเข้าใจ ให้ฟังเพลง ไม่เคย ประกอบนะ)

มีคำพูดตอนหนึ่งพูดว่า เวลาที่คนอีกคนหนึ่งทำร้ายเรา เราก็เจ็บปวดเจียนตาย แต่พอวันนึงเค้ากลับมาหา เพียงคำพูดไม่กี่คำ เราก็ดีใจ มีความสุขเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
เหมือนกับหมาที่ถูกทิ้งให้เฝ้าบ้านอยู่ตัวเดียว มันก็ได้แต่มองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเศร้าๆ ในขณะที่เจ้านายออกไปสนุกอยู่ข้างนอก ไม่ได้นึกถึงมันด้วยซ้ำ
แต่พอประตูเปิด ไอ้หมาเศร้าตัวนี้แหละ วิ่งกระดิกหางสุดชีวิตไปรับ
เพียงแค่เจ้านายมันพยักหน้าหรือตบหัวเบาๆ โลกก็เต็มไปด้วยความสุข ลืมไปหมดว่าเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมามันนั่งอย่างเดียวดายขนาดไหน

เรื่องหมานี่ไม่แน่ใจว่าหนังได้บอกรึเปล่า หรือเราคิดเองก็ไม่รู้ เพราะตอนดูมันก็อึ้งๆอยู่น่ะ ใจลอยไปหาเรื่องบางเรื่อง คนบางคน หะหะ เลยคิดปนกันมั่วไปหมด

หลังจากนั้นสองวัน มีโอกาสได้คุยกันกับบางคนคนนั้น ก็อีกแล้ว กระดิกหางรับอีกแล้วเรา เฮ้อ
แต่ก็เข้าใจดีว่า หมาน้อยมันมีความสุขจริงๆนะ
เพราะเราเอง แค้นใจตัวเองขนาดไหนก็ยังยิ้ม
ยิ้มอย่างสดชื่นเอามากๆด้วย
เฮ้อออออออ

แต่ในขณะเดียวกัน เราก็เคยเป็นฝ่ายจากไป และทำร้ายคนบางคนที่รักเรามากๆเหมือนกัน
การทำร้ายคนที่เราไม่ได้รักมันง่ายมากๆเลย
แค่คำพูดไม่กี่คำ รอยยิ้มน้อยๆ
เค้าก็ไม่กล้าไปไหนจากชีวิตเราแล้ว
ไม่เห็นต้องดูแลอะไรมากมาย

ทำไมความรักถึงเป็นเครื่องมือที่มีอานุภาพห้ำหั่นกันได้เด็ดขาดอย่างนี้นะ

นักเขียนบท (เอลี่ วอลแลช) พูดไว้กับเพื่อนนางเอกว่า ทำไมเธอต้องทำตัวเป็นเพื่อนนางเอกด้วย ทั้งๆที่เธอก็มีดีทุกอย่าง
คนทุกคนสามารถเป็นนางเอกในชีวิตของตัวเองได้ทั้งนั้น เราไม่ควรเขียนบทให้ตัวเราเล่นเป็นเพื่อนนางเอก แต่ควรเขียนให้เป็นนางเอกต่างหาก
อย่างน้อยเราก็ไม่ควรเขียนให้เราต้องรอใครหรือทำเพื่อใครขนาดนั้น แต่เราควรให้ความสำคัญกับตัวเองเพิ่มขึ้น
ก็นางเอกต้องสำคัญเสมอ จริงไหม









ได้ยินเสียงประตูเปิดอีกแล้ว
หัวใจก็เต้น มือก็สั่น คิดอะไรไม่ออก
แล้วก็ยิ้ม....

Thursday, January 04, 2007

แล้วเราก็ได้พบกัน.....

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด


ปกติไม่ค่อยกรี๊ดนะ วันนี้ขอทีนึง

วันนี้มีเรื่องปลื้มมากๆ

ก่อนหน้านี้ นานมากแล้วประมาณปีนึง เรานึกถึงหนังสือเล่มนึงขึ้นมาได้ เป็นวรรณกรรมเยาวชนที่เราชอบมากๆ ชอบถึงขนาดจำได้เลยนะว่าซื้อสมัยอยู่ ป.6 จากร้านตรงข้ามรร.ศึกษานารี

แต่พอมาตอนนี้จำอะไรไม่ได้เลย นอกจากตัวละครเป็นเด็กผู้หญิงที่หลงไปในหมู่บ้านนึง แล้วจำได้ว่ามีร่มสีแดงสลับขาว

อยู่ดีๆเนี่ย เราก็อยากอ่านหนังสือเล่มนี้ม๊ากมาก แต่ไปเดินๆหาที่ห้องสมุดก็ไม่เจอ ชื่อก็จำไม่ได้ ก็เลยไปโพสถามในพันทิพ

สุดท้ายก็มีคนมาตอบ บอกว่าใช่เรื่องที่มีเจ้าชายถูกสาปเป็นไหใช่มั้ย ของสำนักพิมพ์ดอกหญ้า
บิงโก ช่ายเล้ยยยยย
เค้าก็บอกชื่อมา เราไปเสิร์ชปุ๊บ ก็ไม่มีขายแล้ว ต้องซื้อมือสอง
เราก็สั่งไป (อุตส่าห์หาเจอนะนั่น) สุดท้ายก็ล้มเหลว ไม่มีการติดต่อกลับ

สุดท้ายเราก็ลืมๆ แล้วเราก็ลืมชื่อเรื่องอีกจนได้ จำได้ว่ามีคำว่าพิศวงๆ นี่แหละ
ไปเสิร์ช google ก็ม่ายเจอ

วันก่อนนี้ว่างๆ เลยไปโพสถามอีกที มีคนตอบอีกแล้ว แสดงว่าเรื่องนี้ก็ดังเหมือนกันนะเนี่ย
วันนี้เข้าไปดูอีกที ก็มีเสียงสวรรค์มาตอบว่า พนังสือเล่มนี้มันพิมพ์ใหม่แล้ววววววว วู้วววววววววว
ชื่อใหม่ คือ เมืองมหัศจรรย์แห่งหุบเขาสายหมอก จ้าาาาา


ชื่อเดิมคือ ผจญภัยในหมู่บ้านพิศวง


ใครเคยอ่านกันบ้างเอ่ยยยย

ตอนบ่ายเลยพุ่งไปร้านนายอินทร์ ซื้ออย่างรวดเร็ว
โอ๊ะ โอ ดูที่ปก เขียนบอกว่า
เรื่องนี้เป็นแรงบันดาลใจให้กับ animation รางวัล oscar
"spirited away"

โอ๊ะ โอ รักความบังเอิญจังเลย

Tuesday, October 03, 2006

555555555

ถึงคุณหลานสุดที่รัก

นับถือในความพยายามมั่กๆ แล้วเมื่อไหร่จะได้ที่ 1 ซะทีละเนี่ย อยากให้รางวัลจริงๆนะ

พยายามเข้า สู้ๆๆ

55555

Monday, October 02, 2006

เส้นทาง Tertis attack

โอ้ เรามีเวลาแค่ 15 นาทีเท่านั้นในการอัพบลอคนี้

เพราะหลังจากนี้กอล์ฟผักจะมาตบเครื่องไปเล่น tertis แล้วววววว

จริงๆวันนี้ไม่ค่อยอยากเล่น เพราะรู้สึกว่าปวดตาขึ้นเรื่อยๆ เวลาใช้คอมเครื่องนี้นานๆ แล้วก็อยากจะทำงานซะหน่อยด้วย วันนี้มีเรื่องเหี่ยวๆหัวใจตอนบ่ายโมง นั่งสงบสติอารมณ์อยู่ 3 ชั่วโมงกว่าจะพิมพ์ได้ซักบรรทัด แล้วก็มีโทรศัพท์นรกเข้ามาอีก โว้ยยยยยย

แต่ก็นะ ไปเล่นเนท เล่นเกมเครื่องของกอล์ฟผักมาบ่อยแล้ว (จริงๆมันคือเครื่องสาธารณะใช่มั้ย) ก็คงจะต้องตอบแทนบ้าง จริงๆกอล์ฟขอเล่นตั้งกะหกโมง แต่ขอต่อรองเป็นทุ่มนึงเพื่อทำงาน แล้วมะกี้กอล์ฟเดินมาดู เห็นเราเปิดเวปกล้องดูอย่างสบายใจ...ก็เด๋วต้องเอาเครื่องไปเซ่นแระ

เส้นทาง tertis attack สำหรับคนที่ไม่รู้ตำนานอันน่าประทับใจของเกมที่อาจทำให้เราเรียนไม่จบนี้นะ เริ่มจากแค่ว่ามันปรากฏอยู่ในบลอคของน้องคนนึง ซึ่งไม่ได้แนะนำอะไรเลย แค่อ้างอิงถึงเกมนี้เฉยๆ ว่าทำให้โดนด่าว่าคีย์บอร์ดสภาเจ๊ง

นั่นคือครั้งแรกที่เราได้ยินชื่อนี้

หลังจากนั้นก็น้องคนเดิมนี่แหละถามว่า ว่างมั้ย มาแข่งกันผ่านเนท แต่ตอนนั้นราหูยังไม่เข้าชะตาชีวิตเรา ก็เลยตอบไปว่าไม่มี ซึ่งก็ได้รับการจัดมาให้ แต่ก็นะลืมๆ สุดท้ายก็ไม่ได้เล่น

จนวันนึงที่มหาลัย เรานึกไงไม่รู้ก็ถามเอมว่า Tertis attack คืออะไร แล้วที่ไม่รู้จะนึกไงกว่านั้นคือน้องเอมหันมาอธิบายให้ฟังพร้อมกับตบท้ายว่า พี่โบว์จะเอาเลยมั้ยคะ เอมมีอยู่ในเมลล์ -"-
ลืมไปน่ะนะ ว่าเอมเด็กวิดวะคอม

แต่แน่นอน ระดับเราแล้ว ไม่ติดเกมง่ายๆหรอก ถ้าหากว่าจะไม่หันไปถามเมก้าแดนซ์ว่า เอากลับไปเล่นมั้ย โดยลืมไปว่า เค้าคือผู้นำแฟชั่นแห่ง M.A.

ผ่านไปสามสี่วันโดยไม่ได้เอะใจ จนวันต่อมาก็เห็นเมก้าแดนซ์เล่นอยู่อย่างเมามัน แต่ แต่ แต่ มันจะไม่จบแค่นั้นถ้าน้องเอมไม่เดินมาพอดี พร้อมกับแนะนำให้รู้จักการทำ chain และไอ้บ้าเชนในตำนาน 21 เชน

และแน่นอน คงไม่มีใครอยากเอาโน๊ตบุคตัวเองมาเสี่ยงกับเกมอันตรายคีย์บอร์ดเยี่ยงนี้ ถ้าหากว่า เย็นนั้นกอล์ฟกับแจนไม่ไปซื้อโน๊ตบุคใหม่ที่พันทิพ และกลับมาพร้อมกับ joy stick 2 อัน...

ไม่ต้องพูดถึงเหตุการณ์หลังจากนั้นนะ เพราะไม่ว่าฝนจะตก ฟ้าจะร้อง พายุจะเข้า tertis attack alway be with us.

โอ้ หมดเวลาแล้ว..... ขอจบห้วนๆละกันนะ

ว่างๆว่าจะไปวัดศรีษะทอง ไล่ราหู tertis ออกไปจากชีวิตซะหน่อย

Wednesday, September 27, 2006

Wake me up when (19) september (2006) ends.

พรุ่งนี้ก็เป็นวันครบรอบ 1 อาทิตย์ของการปฏิรูปการปกครองภายใต้ระบอบประชาธิปไตย (แต่ไม่ใช่ภายใต้รัฐธรรมนูญ)

หลายๆอย่างก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงกันแล้ว อย่างน้อยๆวันนี้ก็ได้เห็นหน้าตาคณะที่ปรึกษาไปส่วนนึงแล้ว
ขออวดหน่อยเถอะ ว่าเราเคยเรียนกับหลายคนมากเลยที่มธ. และรู้จักแบบผิวเผินอีกคนสองคน(อันนี้อ.จุฬา)
แต่ส่วนใหญ่จะเป็นอ.รัฐศาสตร์น่ะนะ เลยงงๆว่าตกลงสมัยปอตรีนี่เราเรียนคณะไหนแน่ เหมือนเรียนนิติกับรัฐมากกว่าเรียนเศรษฐซะอีก ส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนที่ค่อนข้างประทับใจ ทั้งการสอนแล้วก็ส่วนตัวแหละ

แต่พอตอนค่ำ ได้ฟังข่าวว่า ทหารจะถอยไปเป็นคณะมนตรีความมั่นคง ก็อดจะงงๆไม่ได้นะ ว่าตกลงต่อไปนี้เราจะถูกปกครองโดยรัฐมนตรีชุดใหม่ หรือคณะมนตรีความมั่นคงกันแน่ พอๆกับที่สงสัยว่า บลอคนี้มันจะอยู่ได้อีกนานมั้ย ถ้ายังเขียนแนวนี้ต่อ

เพราะงั้นอย่ากระไรเลย เปลี่ยนแนวดีกว่า

หลายๆคนคงตื่นเต้นกะการปฏิวัติครั้งนี้(จริงๆมันต้องเรียกรัฐประหารนะ แต่ยาวววว)
ขออวดอีกหน่อยเถอะ เพราะเรามีส่วนร่วมตั้งแต่คราวที่แล้วเลย บังเอิญว่าปีที่ปฏิวัติรัฐบาลพลเอกชาติชาย เราเพิ่งสอบเข้าม.1 พอดี แล้วรร.เนี่ยก็อยู่ตรงหัวมุมอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยพอดีเช่นกัน
นึกถึงจิตใจเด็กป.6 ที่กะลังจะได้ไปเรียน รร.ใหม่สิ เสื้อผ้าก็ซื้อแล้ว ชุดพละ รองเท้าใหม่ หนังสือใหม่ จะเจอเพื่อนใหม่ๆ วิชาแปลกๆ รอมาตั้งแต่มีนา
พอพฤษภา ประกาศเลื่อนเปิดเทอมสองอาทิตย์ซะงั้น โอ้

ส่วนคราวนี้เนี่ย เราแทบไม่ค่อยรู้อะไรเลย หลายๆคนโทรมาถามเพราะเห็นว่าที่บ้านเราเป็นทหาร แต่เราก็ไม่รู้จริงๆนะ ส่วนคนอื่นที่บ้านเราคงพอรู้ (อย่างน้อยๆก็แม่กะน้อง) วันที่เกิดปฏิวัติ จำได้ว่ากะลังนั่งเล่น solitiare อย่าเมามัน กะเปิดทีวีไปเรื่อยๆ พอเจอเพลงพระราชนิพนธ์ 2 เพลง แม่เราก็เอะใจ โทรคอนเฟิร์มกับคนโน้นคนนี้ เราก็พยายามโทรหาแต่ก็ไม่ติดเลยซักคน สุดท้ายก็ได้คุยกะ 009 นิดหน่อย แต่ก็ไม่ค่อยได้อะไรมากนัก ยังคงเรียงไพ่ต่อไปพร้อมกับความสงสัยว่า พรุ่งนี้ชั้นต้องไปทำงานรึเปล่า (บังเอิญว่าเป็นวันพุธพอดี) ถ้าปกติทำงานต้องออกตั้งแต่หกโมงครึ่งซะด้วย สุดท้ายประมาณตีสอง ก็มีประกาศว่าพรุ่งนี้วันหยุดราชการ เราก็สบายใจแระ นอนหลับฝันดีได้

ไหนๆวันหยุดราชการ เรากับแม่เลยฉลองโดยการไปซื้อบรรดาหลอดไฟ กระเบื้อง ให้บ้านใหม่ซะเลย

แค่นี้ละมั้ง ข้อดีของวันที่ 19 กันยา

จบดีกว่ามั้งนะ ใครอยากติดตามหรือ discuss ข่าวการเมืองก็เชิญที่บลอค 009 นะ (ช่วยโปรโมทให้)